Tuesday, January 20, 2009

แอปเปิลเปิดเว็บขายสินค้าของ Apple มือสอง ทั้ง Mac และ iPod

        แอปเปิล ได้เปิดแถลงการณ์เปิดร้านออนไลน์สำหรับขายสินค้ามือสองแก่ผู้ใช้ชาวจีน โดยได้เริ่มโครงการนี้ตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งจะมีทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์แมคอินทอชและเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลพกพา จูงใจชาวแผ่นดินใหญ่ด้วยส่วนลดจากราคาปกติราว 22 เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่าจะสามารถกระตุ้นตลาดแมคอินทอชในจีนได้อย่างคึกคัก 
       
       ตามข้อมูลในเว็บไซต์ของแอปเปิล แอปเปิลระบุว่าที่ผ่านมา บริษัทมีผลิตภัณฑ์จำนวนไม่น้อยที่จำหน่ายไปแล้วถูกส่งกลับคืนมา ซึ่งเมื่อแอปเปิลทำการปรับปรุงและทดสอบคุณภาพแล้วเสร็จก็ไม่ได้นำผลิตภัณฑ์นี้ไปทำประโยชน์ แอปเปิลจึงนำสินค้าใช้แล้วเหล่านี้มาจำหน่ายบนเว็บไซต์ภาษาจีนของบริษัทในราคาประหยัดกว่า
       
       สินค้ามือสองของแอปเปิลที่จะวางจำหน่ายบนเว็บไซต์มีตั้งแต่ไอพ็อดชัฟเฟิล (iPod shuffle) ราคา 308 หยวน หรือประมาณ 1,540 บาท จนถึงไอแมค (iMac) ราคาเริ่มต้นที่ 14,000 หยวน
       
       การขายสินค้าแอปเปิลมือสองเชื่อว่ากำลังมีทิศทางเติบโตขึ้นในสหรัฐฯ โดยยักษ์ใหญ่ค้าปลีกแดนลุงแซมอย่างเบสต์บาย (Best Buy) นั้นประกาศเริ่มขายไอโฟน (iPhone 3G) มือสองแล้วเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ตั้งราคาจำหน่ายถูกกว่าราคาปกติ 50 เหรียญ เพื่อเอาใจตลาดที่ชื่นชอบสินค้าราคาพิเศษ

       อย่างไรก็ตามไม่ใช่ครั้งแรกที่แอปเปิลเปิดฉากจำหน่ายสินค้ามือสองในราคาพิเศษ ก่อนหน้านี้ แอปเปิลมีโครงการจำหน่ายสินค้าพิเศษลักษณะนี้แล้วที่สหรัฐฯ อังกฤษ และญี่ปุ่นเมื่อหลายปีมาแล้ว แต่กลับไม่ได้รับความนิยมจากผู้ซื้อสินค้าออนไลน์เท่าที่ควร

แอปเปิ้ลเผยยอดดาวน์โหลดพุ่งถึง 100 ล้านครั้งทั่วโลก

 แอปเปิ้ลเผยว่าตั้งแต่ App Store บริการใหม่จากแอปเปิ้ลได้เปิดตัวครั้งแรกในวันที่ 11 กรกฎาคม 2551 ผู้ใช้ไอโฟนและไอพอด ทัชได้ดาวน์โหลดแอพลิเคชั่นกว่า 100 ล้านครั้งจาก App Store ซึ่งมีแอพพลิเคชั่นให้เลือกกว่า 3,000 ชนิด 90 เปอร์เซ็นต์ของแอพลิเคชั่นทั้งหมดเปิดให้ดาวน์โหลดในราคาที่ต่ำกว่า 10 เหรียญสหรัฐ ในขณะที่กว่า 600 แอพพลิเคชั่นเปิดให้บริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ด้วยคุณสมบัติพิเศษของไอโฟนและไอพอด ทัช อาทิ หน้าจอที่กว้าง อินเตอร์เฟซแบบมัลติทัช กราฟฟิก 3 มิติที่แสดงผลรวดเร็ว accelerometer ในตัว และเทคโนโลยีอีกมากมาย ทำให้แอพพลิเคชั่นต่างๆกลายเป็นแอพพลิเคชั่นสุดพิเศษที่ไม่สามารถหาได้จากมือถือหรือเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลอื่นๆ

คาดว่าในปี พ.ศ.2552 ยอดจำหน่ายไอโฟนจะมีมูลค่า 1.7 ล้านล้านบาท

 ถึงปี พ.ศ. 2552 กระแสความนิยมไอโฟน (iPhone) กำลังเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2551 แอบเปิลได้เปิดตัวไอโฟนรุ่นล่าสุด ชื่อว่า “ไอโฟนทรีจี (iPhone3G)” โดยเพิ่มลูกเล่นให้สามารถใช้งานได้มากขึ้นและมีคุณสมบัติเด่นที่น่าสนใจหลายประการ อาทิ   รองรับระบบสามจี ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานจากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ “ไอทียู (International Telecommunication Union)” ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบเทคโนโลยีระหว่างสองจีกับสามจีแล้วจะพบว่าสามจีมีช่องสัญญาณความถี่และความเร็วในการรับส่งข้อมูลมากกว่าสองจี ในแง่ของความสามารถในการเชื่อมต่อนั้นระบบสามจีสามารถเชื่อมต่อได้ตลอดเวลาที่เปิดเครื่องโทรศัพท์ และจะเสียค่าใช้บริการก็ต่อเมื่อเรียกใช้ข้อมูลผ่านระบบสามจีเท่านั้น   นอกจากนี้การใช้งานที่เด่นๆ ของไอโฟนมีหลายประการ อาทิ สามารถพูดคุยโทรศัพท์แบบเห็นหน้าเห็นตากับคู่สนทนาได้ซึ่งมีการเปิดตัวครั้งแรกในญี่ปุ่น และมีระบบค้นหาตำแหน่งที่ตั้งผ่านอินเทอร์เน็ต หรือ “จีพีอาเอส (GPRS = Global Positioning system)”  เป็นต้น 
          ในแง่ของราคานั้นก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ไอโฟนกลายเป็นที่นิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้สามารถ ดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคได้จำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ มีรายงานจาก “การ์ทเนอร์” คาดว่า ในปี พ.ศ. 2552 ยอดจำหน่ายของไอโฟนจะมีมูลค่า 50,000 ล้านเหรียญ หรือประมาณ1.7 ล้านล้านบาท ในขณะเดียวกันมีรายงานจาก “ไปเปอร์แจฟเฟรย์ (Piper Jaffray)”  คาดว่า ในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2552 น่าจะสามารถจำหน่ายไอโฟนได้ 8.5 ล้านเครื่อง   ไตรมาสที่สองของปี พ.ศ. 2552 น่าจะจำหน่ายไอโฟนได้ 9.7 ล้านเครื่อง และไตรมาสที่สามของปี พ.ศ. 2552 น่าจะจำหน่ายไอโฟนได้11 ล้านเครื่อง 
          มีรายงานจาก “แอดม๊อบ (Admob)” ว่าเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2551 มีผู้สนใจเรียกดูโฆษณาผ่านระบบไวไฟบนไอโฟนทั่วโลกเติบโตขึ้นร้อยละ 52 คิดเป็นมูลค่า 359 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 12,500 ล้านบาท  สำหรับการเรียกดูโฆษณาผ่านไวไฟบนไอโฟนทั่วโลกคิดเป็นร้อยละ 6.3   และสำหรับในสหรัฐอเมริกานั้นการเรียกดูโฆษณาผ่านไวไฟบนไอโฟนคิดเป็นร้อยละ 9.9 นอกจากนี้ยังมีรายงานจาก “โมบายเมทริกส์รีพอท (Mobile Metrics Report) ว่าผู้ใช้ไอโฟนของแอปเปิลทั่วโลกสนใจที่จะใช้ระบบไวไฟร้อยละ 42 และในสหรัฐอเมริกาผู้ใช้ไอโฟนของแอปเปิลสนใจที่จะใช้ระบบไวไฟร้อยละ 19 ซึ่งจะเห็นได้ว่าความต้องการใช้ไวไฟกำลังเข้ามาแทนที่ความต้องการใช้งานเครือข่ายโทรศัพท์มือถือแบบเดิม ทั้งนี้ ไอโฟนได้รับความนิยมมากกว่าโทรศัพท์มือถือรุ่นอื่นๆ ที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบไวไฟได้เฉลี่ยอยู่ระหว่างร้อยละ 10 ถึงร้อยละ 20 
          นอกจากนี้เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2551 แอดม๊อบได้สำรวจแนวโน้มเกี่ยวกับระบบโทรศัพท์มือถือของ  แอปเปิล  คือ ไอพอดทัช พบว่า ไอพอดทัชเพิ่มขึ้น 3.4 เท่าจากเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2551 มีผู้สนใจใช้ไอพอดทัชซึ่งมีอยู่ 18 ล้านรายในเดือนกรกฎาคม 2551 เพิ่มขึ้นเป็น 292 ล้านรายในเดือนธันวาคม 2551  ข้อมูลที่ส่งผ่านไอพอดทัชทั่วโลกเพิ่มขึ้น 2.4 เท่าจาก 7 วันก่อนคริสต์มาสและ 7 วันหลังวันคริสต์มาส สำหรับอังกฤษและสหรัฐอเมริกานั้นมีผู้สนใจใช้ไอพอดทัชเพิ่มขึ้นคิดเป็น 2.7 และ3.2 เท่า 7 วันหลังวันคริสต์มาสตามลำดับในเดือนธันวาคม 2551 มีการเรียกดูโฆษณาบนไอพอดทัชในสหรัฐอเมริกาคิดเป็นร้อยละ 70  ส่วนประเทศอื่นๆ ที่เป็นอันดับต้นๆ คือ แคนนาดา อังกฤษ เม็กซิโก เยอรมนี และฝรั่งเศส 
          ถึงปี พ.ศ. 2552 ไอพอดทัชจัดอยู่อันดับที่ 2 ของเว็บแอดม๊อบและมีส่วนแบ่งทางการตลาดคิดเป็นร้อยละ 4.7    ส่วนการเรียกดูโฆษณาบนไอโฟนและไอพอดทัชคิดเป็นร้อยละ 15.5 จากการเรียกดูโฆษณาทั่วโลก เมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2552 มีรายงานข่าวจากไอทีนิวส์ว่า  แอบเปิ้ลและซิสโคซิสเต็มใช้งานนิทรรศการแมคเวิล์ดเอ็กซ์โป (Macworld Expo) ที่เมืองซานฟรานซิสโก  รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นสถานที่เปิดตัวเว็บเอ็กซ์มีทติ้งเซ็นเตอร์ (Cisco’s WebEx Meeting Center)  ที่สามารถใช้กับไอโฟนสามจีของแอปเปิลและไอพอดทัช ผู้ใช้ไอโฟนและไอพอดทัชสามารถร่วมประชุมกันได้โดยผ่านระบบสามจีหรือไวไฟโดยไม่เสียค่าบริการในการประชุมกันผู้ใช้ที่ประสงค์จะเข้าประชุมสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมซิสโก้เว็บเอ็กซ์มีทติ้งเซ็นเตอร์จากเว็บของแอปเปิลได้อย่างไรก็ตามผู้ใช้ไม่สามารถใส่ข้อมูลการนำเสนองานของตนเองผ่านโปรแกรมนี้ได้แต่สามารถดูข้อมูลของผู้อื่นได้สำหรับไอพอดทัชนั้นผู้ใช้สามารถร่วมการประชุมผ่านการเชื่อมต่อไวไฟได้แต่จำเป็นต้องฟังเสียงจากเครื่องโทรศัพท์  
          จะเห็นได้ว่าวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมการใช้งานที่พัฒนาใหม่อยู่เสมอ ทำให้สามารถใช้งานได้หลากหลาย ทำกิจกรรมต่างๆ ผ่านระบบมือถือได้สะดวกและ   รวดเร็วขึ้น ฉะนั้น ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือควรจะศึกษารายละเอียดข้อมูลโปรแกรมต่างๆ เกี่ยวกับมือถือให้เข้าใจ เพื่อให้สามารถใช้งานได้ตรงกับความต้องการและเต็มประสิทธิภาพของโทรศัพท์มือถือด้วย

โปรแกรมอ่านการ์ตูนด้วย iComic














วันนี้ผมจะแนะนำโปรแกรม iComic และวิธีการลงให้ครับ
ซึ่งโปรแกรม iComic นี้พัฒนาโดย Yoshitake Yamamoto
จะช่วยให้ผู้ใช้ iPod Touch หรือ iPhone สามารถอ่านหนังสือการ์ตูน
(ซึ่งมีแจกอยู่มากมายหลายที่ในเว็บไซต์ต่างๆ) 
ถ้าถามว่า ทำไมไม่ใช้โปรแกรม Photo ในการอ่านการ์ตูน
จริงๆ แล้วก็สามารถนำเอาโปรแกรม Photo ที่มีอยู่แล้วมาใช้ได้
แต่เนื่องจากเวลาขยายภาพแล้วมันจะแตก ดังนั้นจึงไม่สามารถอ่านการ์ตูนบางเรื่องได้
โปรแกรม iComic นี้จะช่วยให้อ่านการ์ตูนด้วยภาพที่สมบูรณ์

เริ่มต้นให้เราไปที่ iTune Store แล้วซื้อโปรแกรมนี้ (ราคา 0.99USD หรือประมาณ 35 บาทครับ)

หลังจากนั้นแล้วให้ไปโหลดหนังสือการ์ตูนจากเว็บไซต์ต่างๆ (โดยอาจ Search จาก Google คำว่า Manga Scans เป็นต้น) 
ตัวอย่างเว็บไซต์เช่น OneManga.com, Jailoy.com 
หลังจากนั้นแล้วให้ทำการ zip file หรือแปลงไฟล์ให้อยู่ในรูป cbr file 
แล้วโยนลงในเครื่อง iPod หรือ iPhone

สำหรับวิธีการโยนนั้นให้ลงโปรแกรมที่ชื่อ DiskAid (สามารถโหลดได้ฟรี) และทำการติดตั้งลงบนเครื่อง PC
(**โปรแกรม Diskaid เข้ามาที่นี่ได้เลยครับ http://www.digidna.net/diskaid/download.php)

ทำการ Connect ด้วยการ Sync และเปิด wifi เพื่อเชื่อมต่อ 
หลังจากนั้นจึงโยนไฟล์ zip ดังกล่าว  โ ดยวิธีการสร้าง Directory ชื่อ iComic ไปไว้ในภายใต้ Folder ชื่อ Photo (ซึ่งอยู่ใ น Media Folder อีกที) 

เท่านั้นก็สามารถเปิดอ่านการ์ตูนบนโปรแกรม iComic ได้แล้วครับ  :)

สำหรับวิธีการใช้งานนะครับเวลาดูการ์ตูน
1. เปิดโปรแกรม iComic บน iPod, iPhone
2. เปิดการ์ตูนตามชื่อไฟล์ zip ที่ได้ทำไว้
3. แตะหน้าจอหนึ่งครั้ง สำหรับเปิดหน้าถัดไป
4. แตะหน้าจอสองครั้ง สำหรับเปิดย้อนกลับไปหน้าเดิม
5. แตะสามครั้ง กลับไปที่หน้า List หนังสือการ์ตูน
6. สามารถเลือกปุ่มลูกศรด้านขวา สำหรับเลือกเป็นรายไฟล์ เพื่อเลือกหน้าที่ต้องการ
7. เมื่อทำการปิดแล้ว สามารถกลับมาอ่านหน้าที่เราอ่านถึงคราวที่แล้วด้วย Bookmark

Sunday, January 18, 2009

Apple ป่วน จ็อบส์ลาป่วย หุ้นฮวบ10%

 รอยเตอร์ส รายงานว่า สตีฟ จ็อบส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  (ซีอีโอ) ของ Apple Inc เตรียมขอพักงานยาวเป็นเวลาถึง 5 เดือน ไปจนถึงสิ้นเดือนมิ.ย.นี้ เพื่อรักษาอาการป่วยซึ่งตนเองระบุว่า เป็นปัญหาที่ซับซ้อนกว่าที่คิดไว้ ส่งผลให้นักลงทุนกังวลกับอนาคตของบริษัทยักษ์ใหญ่ไอทีรายนี้ และฉุดให้หุ้นของแอปเปิลดิ่งลง 10%
          การประกาศของจ็อบส์ วัย 53 ปี ซึ่งเคยเอาชนะโรคมะเร็งตับอ่อนมาได้เมื่อปี 2547 ได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับบรรดานักลงทุนและสาวกของ Apple โดยมองว่าจ็อบส์ ไม่ได้เป็นเพียงซีอีโอ แต่ยังเป็น  ไอคอนคนสำคัญผู้สรรค์สร้างเครื่องเล่นเพลงไอพอด โทรศัพท์ไอโฟน และคอมพิวเตอร์แมคอินทอช
          อีเมลของจ็อบส์ที่ส่งให้พนักงาน Apple  ระบุว่า ได้ขอให้ ทิม  คุก ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ  (ซีโอโอ) เป็นผู้รับผิดชอบงานแทน โดยตนจะหันมาดูแลสุขภาพ และ ให้ทุกคนในแอปเปิลมีเวลาทุ่มเทออกผลิตภัณฑ์สุดเจ๋งตัวใหม่แทน
          ก่อนหน้านี้จ็อบส์ได้ทำให้ทุก ฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์กันมาแล้ว เมื่อไม่ได้ไปปรากฏตัวที่งานแมคเวิลด์ สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยอ้างถึงปัญหาด้านสุขภาพ จากฮอร์โมนในร่างกายที่ไม่สมดุล ซึ่งทำให้น้ำหนักตัวลดลงอย่างฮวบฮาบ

งานเปิดตัวไอโฟน 3G by Truemove คึกคัก

 งานเปิดตัวไอโฟน 3G คนร่วมงานคับคั่ง "ทรูมูฟ" เชื่อตลาดไอโฟนยังไม่ตาย พร้อมเปิดแอปพลิเคชันรองรับการให้บริการ อนาคตวางแผนดันคอนเทนต์กลุ่มทรูลงไอโฟนช่วยขยายตลาด มองข้อพิพาทคลื่นความถี่ไม่ส่งปัญหา
          นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรู มูฟ จำกัด กล่าวว่า การเข้ามาของไอโฟน 3G (iPhone 3G) จะเป็นการขับเคลื่อนตลาดการใช้งานแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิตอล โดยลูกค้าของทรูจะมีสิทธิพิเศษในการใช้งานแอปพลิเคชัน รวมไปถึงคอนเทนต์ต่างๆที่ทางกลุ่มทรูมีอยู่ในอนาคต
          "ในต่างประเทศการวางจำหน่ายของไอโฟน 3G ทำให้ยอดการใช้บริการข้อมูลดิจิตอลเติบโตขึ้นมากกว่า 30 เท่า ซึ่งในจุดนี้เองที่ทางกลุ่มทรูจะได้เปรียบผู้ให้บริการรายอื่น ที่ไม่มีการให้บริการทางด้านเครือข่ายไร้สาย(ไวไฟ)ที่ครอบคลุม นอกจากนี้คอนเทนต์ต่างๆของกลุ่มทรู จะถูกนำมาให้บริการกับลูกค้าไอโฟนผ่านแอปพลิเคชันที่ทางทรูได้พัฒนาขึ้นมา"
          ในส่วนของยอดการจองไอโฟน 3G ของทรูมูฟในขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขที่แน่นอนได้ โดยจากการสัมภาษณ์ได้ข้อมูลว่าขณะนี้ยังมียอดจองไม่ถึง 30,000 เครื่อง ส่วนผู้ที่มาต่อแถวรับเครื่องในวันแรกจากการสังเกตของผู้สื่อข่าวพบว่าอยู่ประมาณ 1 - 2 พันคน ด้านข้อมูลสัญญาที่ทางทรูได้ตกลงกับแอปเปิลก็ไม่สามารถเปิดเผยได้เช่นกัน
          นายศุภชัย กล่าวถึงการทำตลาดของไอโฟน 3G ว่า การทำตลาดไอโฟน 3G จะตรงกับยุทธศาสตร์ คอนเวอเจนซ์ที่ทางกลุ่มทรูยึดถือมาตลอด ทำให้ไอโฟน 3G กลายเป็นอุปกรณ์ที่จะมาเติมเต็มชีวิตคอนเวอเจนซ์ผ่านบริการต่างๆอย่าง การใช้งานอินเทอร์เน็ตของทรู ที่มีอยู่ทั่วกรุงเทพฯ บริการ GPRS/EDEG ของทรูมูฟ รวมไปถึงบริการ 3G ที่จะเปิดให้ทดลองใช้บริการเร็วๆนี้
          "การให้บริการแอปพลิเคชันของทรูมูฟที่เปิดให้ดาวน์โหลดผ่านไอจูนส์ สโตร์ ประเทศไทย ได้รับการตอบรับค่อนข้างดี ทำให้ทางทรูจะพัฒนา มุ่งที่จะแอปพลิเคชันเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถใช้งานคอนเทนต์ต่างๆที่กลุ่มทรูมีอยู่ เช่น ข้อมูลกีฬาจาก TrueSport ข้อมูลมิวสิกวิดีโอจาก TrueMusic รวมไปถึงแอปพลิเคชันที่เข้ามาช่วยให้ลูกค้าของทรูสามารถตรวจสอบจุดให้บริการอินเทอร์เน็ตของทรู หรือสิทธิเพิ่มความเร็วในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของทรู"
          นอกจากนี้ในอนาคตทางทรู จะมีการเปิดโครงการเพื่อให้นักพัฒนาแอปพลิเคชันในประเทศไทยได้เข้ามาร่วมพัฒนาด้วย โดยจะมีการร่วมกับทางแอปเปิลเพื่อให้ข้อมูลรวมไปถึงกำหนดมาตรฐานของแอปพลิเคชันร่วมกัน เพื่อให้แอปพลิเคชันที่ได้ออกมาเป็นไปตามมาตรฐานของแอปเปิล
          สำหรับเรื่องข้อพิพาทของคลื่นความถี่ 850MHz นายศุภชัย มองว่าปัญหาดังกล่าวจะไม่เป็นอุปสรรคต่อลูกค้าที่ซื้อเครื่องและต้องการใช้งานเทคโนโลยี 3G เพราะสัญญาที่มีกับ กสท จะอยู่ในขั้นทดลองใช้งาน ยังไม่ได้ทำเพื่อการค้า ซึ่งเมื่อถึงเวลาที่จะใช้งานจริงประมาณเดือนเมษายนน่าจะหาทางออกได้
          เอชทีซีเชื่อไม่กระทบ
          ด้านเอชทีซีมองกระแสไอโฟนช่วยกระตุ้นภาพรวมของตลาดโทรศัพท์ทัชสกรีน เชื่อไม่ส่งผลกระทบตลาดพีดีเอโฟนในระยะยาว ยอมรับปีนี้ตลาดสมาร์ทโฟนแข่งขันสูงรับกระแสระบบปฏิบัติการใหม่ทั้ง Android และ Palm Web OS
          นายณัฐวัชร์ วรนพกุล ผู้จัดการประจำประเทศไทย เอช ที ซี (ไทยแลนด์) จำกัด ให้สัมภาษณ์ว่า การเข้ามาทำตลาดอย่างเป็นทางการของไอโฟน จะส่งผลกระทบในระยะสั้นเช่นเดียวกับเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาจากกระแสเครื่องหิ้วที่ส่งผลกระทบแค่ 3 เดือนแรกเท่านั้น
          "ทางเอชทีซี ไม่ได้ตั้งเป้ายอดขายในไตรมาสแรกของปีนี้ไว้สูง เนื่องจากมองว่าสภาพเศษรฐกิจในช่วงปลายปีที่ผ่านมาจะส่งผลกระทบมาถึงในไตรมาสแรกของปีนี้ ดังนั้นการเข้ามาทำตลาดของไอโฟนในประเทศไทยจึงแทบไม่ส่งผลกระทบต่อเอชทีซี"
          นอกจากนี้ยังให้ความเห็นถึงผลกระทบของตลาดเกรย์มาเก็ตว่ายังคงมีอยู่ต่อไป แม้ว่าทางทรูมูฟมีโปรโมชันขายเครื่องเปล่าไม่ติดสัญญาออกมา ซึ่งจากเหตุดังกล่าวจะส่งผลให้ราคาไอโฟนในตลาดเกรย์มาเก็ตลดลง เมื่อเป็นเช่นนั้นผู้บริโภคที่ต้องการซื้อเครื่องจะตัดสินใจลดเงิน หรือ เพิ่มเงินส่วนต่าง เพื่อให้ได้ประกันจากแอปเปิลจะอยู่ที่การตัดสินใจของผู้บริโภค
          ส่วนราคาและโปรโมชันขายไอโฟน 3G ขายเครื่องเปล่าเริ่มต้น 24,500 บาทไม่ติดสัญญา 2 ปี เริ่มต้นเดือนละ 1,199 บาท

ญี่ปุ่นตรวจสอบความปลอดภัย iPod

          ญี่ปุ่นเปิดสอบสวนความปลอดภัยของ iPod หลังพบกรณีแบตเตอรี่ติดไฟขณะกำลัง ชาร์จ Apple รายงานผลตรวจสอบกลับแต่ปิดปากเงียบ รายงานข่าวเผยเพียง ไม่มีใครได้รับการบาดเจ็บ แฉเหตุมาจากแบตเตอรี่ลิเทียมเจ้าปัญหาร้อนแล้วไฟลุก

          สำนักข่าวเอพีรายงานจากประเทศญี่ปุ่น ระบุว่า กระทรวงการค้าและเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ซึ่งมี หน้าที่ตรวจสอบ มาตรฐานและคุณภาพของสินค้า กำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบปัญหา ทางเทคนิค ที่เกิดขึ้นจากการ ประจุติดไฟของแบตเตอรี่ลิเทียม ที่ใช้งานในเครื่องไอพอดนาโน โมเดล MA099J/A

          รายงานข่าวระบุด้วยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่คานากาวา ซึ่งตั้งอยู่ทาง ตอนใต้ของกรุง โตเกียว ตั้งแต่ช่วงเดือน ม.ค. ขณะที่บริษัทแอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ได้รายงาน ถึงปัญหาดังกล่าว กลับมายังกระทรวงการค้าและเศรษฐกิจในช่วงต้นเดือน โดยระบุว่าไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ จากอุบัติเหตุดังกล่าว อย่างไรก็ตาม แอปเปิ้ลญี่ปุ่นไม่ได้ปฏิเสธข่าว แต่ก็ไม่ยอมให้รายละเอียด เพิ่มเติมใดๆ

          ทั้งนี้ไอพอดนาโนได้วางจำหน่ายไปทั่วโลก แต่ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า iPod Nanoในรุ่น ดังกล่าวได้ถูกวางจำหน่ายในที่อื่นใดบ้าง นอกจากที่ญี่ปุ่น

          ก่อนหน้านี้กระทรวงได้สั่งให้ Apple ญี่ปุ่นตรวจสอบสาเหตุที่ก่อให้เกิดประกายไฟจากแบตเตอรี่ที่ กำลังชาร์จและรายงานกลับมาโดยด่วน

          จากข้อมูลที่ปรากฏ ตัวเครื่องไอพอดถูกผลิตขึ้นในประเทศจีน แต่ไม่มีรายงานว่าตัวแบตเตอรี่ ที่เกิดปัญหามีต้นตอการผลิตมาจากที่ใด อย่างไรก็ตาม มีรายงานเรื่องแบตเตอรี่ลิเทียม ที่ใช้ใน เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กหลายต่อหลายยี่ห้อ และหลายต่อหลายรุ่นทั่วโลก ร้อนจัดจนเกิด ประกายไฟลุกไหม้มาโดยตลอด

          รายงานข่าวจากกระทรวงยังระบุด้วยว่า iPod รุ่นที่เกิดปัญหาดังกล่าวถูกวางจำหน่าย ในญี่ปุ่นประมาณ 425,000 เครื่อง แต่ไม่มีรายละเอียดว่าเครื่องถูกจำหน่ายหรือยังวางขาย อยู่ตามห้างร้านเป็นจำนวนเท่าใด โดยแอปเปิ้ลวางจำหน่ายตั้งแต่เดือน ก.ย. 2005 และเลิกทำตลาดในช่วง 1 ปีให้หลั

          จนถึงขณะนี้ ไอพอดยังถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จแห่งทศวรรษของแอปเปิ้ล ที่สามารถ ยืนหยัดเป็นแบรนด์สินค้าที่ทันสมัย ยอดนิยมสม่ำเสมอ ทำให้ Apple ทำยอดขายจากสินค้า ดังกล่าวได้อย่างถล่มทลาย

          สิ้นสุด ณ สิ้นปีที่ผ่านมา iPod ทำยอดขายไปแล้ว 22.1 ล้านเครื่อง ต่ำกว่าที่เคยมีคนประมาณ การไว้ที่ 25 ล้านเครื่องเล็กน้อย

          ที่ผ่านมาปัญหาแบตเตอรี่เกิดขึ้นกับการใช้งานบ้างเหมือนกันแต่ไม่ใช่กับกรณีลุกไหม้ ส่วนใหญ่เกิดจากอายุการใช้งานที่สั้นหรือจุพลังงานได้ไม่นานเพียงพอ