Thursday, January 29, 2009

โมบาย เอ็กซ์โป ขายสะพัด1.2พันล้าน

          งานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2009 เปิดตลาดนัดมือถือ ดึงกว่า 30 แบรนด์กระตุ้นการซื้อ คาดเงินสะพัดกว่า 1.2 พันล้านบาท จับตา "ไอโฟน 3จี-เอชทีซี" สร้างสีสันสินค้าไฮเอนด์ ด้านไอ-โมบาย ขนราคาต่ำสุด 890 บาทตีตลาดล่าง อินเตอร์แบรนด์อื่นๆ เปิดตัวมือถือใหม่กว่า 10 รุ่น 

          ซึ่งงานดังกล่าวเป็นการรวมตัวของโทรศัพท์มือถือกว่า 30 แบรนด์ ทั้งอินเตอร์แบรนด์และเฮ้าส์แบรนด์ ซึ่งเตรียมโปรโมชั่นพิเศษ มากระตุ้นการตัดสินใจซื้อ ทั้งลด แลก แจก แถม รวมถึงการซื้อผ่านบัตรเครดิตผ่อน 0% เวลา 10 เดือน โดยคาดการว่าจะมีผู้เข้าชมกว่า 7 แสนราย เงินสะพัดประมาณ 1.2 พันล้านบาท ตลอดเวลา 4 วันของานตั้งแต่ 29 ม.ค.-1 ก.พ. 2552

          ส่วนหนึ่งสำคัญที่ทำให้งานคึกคักคือ การวางจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ "ไอโฟน 3จี" แบบไม่ติดสัญญา พร้อมรับเครื่องได้เลย แบ่งเป็น เครื่อง 16 กิกะไบต์ ราคา 28,500 บาท และรุ่น 8 กิกะไบต์ ราคา 24,500 บาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งการเปิดตัวของ ไอโฟน 3จี เป็นปัจจัยที่สร้างกระแสทัชสกรีนในกลุ่มผู้บริโภค ให้เป็นที่รับรู้ สามารถเข้าถึงและใช้งานง่าย ทำให้ตลาดนี้ขยายตัวขึ้น รวมทั้งยังมีเครื่องจากเอชทีซี ทั้งทัช ไดมอนด์, ทัช เอชดี และทัชโปร ที่มีผู้บริโภคสนใจซื้อเครื่องภายในงานอย่างคึกคัก ระดับราคาประมาณ 10,000 - 35,000 บาท ทำให้เงินสะพัดในงานสูงขึ้น

          ส่วน โซนี่ เกาะกระแสวันวาเลนไทน์ นำโทรศัพท์มือถือเดิมที่มียอดขายสูงมาปรับเปลี่ยนสไตล์ พิงค์ ซีรีส์ จำนวน 4 รุ่น คือ ดับบลิว595 ราคา 9,490 บาท, ดับบลิว380ไอ ราคา 5,690 บาท ทั้ง 2 รุ่นมีระบบจับการเคลื่อนไหว รุ่น ที700 ราคา 8,490 บาท และที303 ราคา 3,490 บาท ใช้งบการตลาด 20 ล้านบาท

          ฝั่งค่ายโทรศัพท์มือถือ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด  เปิดตัว เคเอฟ350 ไอซ์ ครีม ราคา 6,900 บาท มือถือแบบฝาพับ เน้นความสวย หวาน ต่อยอดจากรุ่น เคพี500 คุกกี้ มือถือทัชสกรีนโดยเน้นเจาะกลุ่มเฉพาะ เช่น รุ่นฝาพับ ที่ยังมีความต้องการอยู่ และเตรียมออกทัชสกรีนอีกในไตรมาส 2 

          ส่วน บมจ.สามารถ ไอ-โมบาย กล่าวว่า ไอ-โมบาย เปิดตัวมือถือใหม่ในงาน 4 รุ่น โดยรุ่นหลัก คือ ไอ-โมบาย ฮิตซ์ 103 มีไฟฉายในตัว ราคา 890 บาท ถือว่าราคาต่ำที่สุดในงานนี้ นอกจากนี้ ยังมีทีวีโมบาย 2 ซิม คือ ไอ-โมบาย ทีวี 535 ดูอัลซิม และทีวี 533 ดูอัลซิม ราคา 4,790 บาท, สไลด์โฟน 322 ดูอัลซิม ราคา 2,990 บาท ขณะเดียวกัน มีแผนเปิดตัวมือถืออีกไม่ต่ำกว่า 20 รุ่น ประมาณ 80% เน้นที่ทีวีโมบาย และ 50% มี 2 ซิม เพื่อให้กลายเป็นฟังก์ชันหลักของมือถือ และจะมุ่งทำตลาดผ่านโมเดิร์นเทรดมากขึ้น

          ภายในงานนี้ยังมีมือถือเฮ้าส์แบรนด์อีกหลายค่าย ให้ความสนใจร่วมออกบูธ ไม่ว่าจะเป็น ทีดับบลิวแซด, ไอโนโว, แม็กซ์เทค, มิโซ โดยราคาอยู่ระหว่าง 2,000 - 6,000 บาท พร้อมโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อกระตุ้นการซื้อ

Apple wins patent for iPhone touch-screen controls

  SAN FRANCISCO (AFP) - Apple has won a US patent for touch-screen controls and gained a potential legal weapon against iPhone competitors.

          US Patent 7,479,949 is awarded to "(Steve) Jobs et al" for a method of "detecting one or more finger contacts with the touch screen display" to command computing devices.

          A multi-page patent available online at the US Patent and Trade Office on Monday details iPhone or iPod Touch commands such as finger or thumb swiping, twisting, or spreading to flip pages, rotate views, or enlarge images.

          The patent was issued last week, a day before Apple on January 21 announced record-high quarterly profits.

          Word of the patent provides ominous context for a warning made by Apple chief operating officer Tim Cook during a conference call that followed release the California firm's earnings report.

          Cook said he believes iPhones are "years ahead of the competition" and that they are vigilantly watching to make certain rivals don't usurp Apple's intellectual property.

          "We think competition is good," Cook said. "We are ready to suit up and go against anyone. However, we will not stand for having our IP ripped off and will use whatever weapons at our disposal."

          While not mentioning a specific competitor, Cook made his comment in reply to a question related to a new Palm Pre touch-screen mobile telephone unveiled at the Consumer Electronics Show this month to stellar reviews

"ไพโอเนียร์"เปิดตัวนวัตกรรม

   ไพโอเนียได้ทำการคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีต่างๆให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น เป็นอีกทางเลือกหนึ่งเพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าได้ผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพสูงคุ้มค่าเงินมากที่สุด โดยคงยึดคอนเซปต์ JoyRide เป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Car AV New Series 2009 ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ซึ่งนิยมการเชื่อมต่อเครื่องเล่นแบบพกพาเช่น i-Pod,i-Phone และ USB ซึ่งต่อเข้ากับเครื่องเล่นของไพโอเนียร์ได้โดยตรง
          โดยไพโอเนียร์ ภูมิใจนำเสนอนวัตกรรมที่สร้างความแปลกใหม่จากเครื่องเล่นในท้องตลาด ด้วยการสั่งงานหน้าจอแบบ Touch Slide Operation เฉพาะรุ่น AVH-P4150DVD และ AVH-P3150DVD เครื่องเล่น DVD ขนาด 2 DIN ที่จะทำให้ผู้ใช้ได้ควบคุมทุกการใช้งานได้อย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ซึ่งไพโอเนียร์ เชื่อว่า เครื่องเสียงรถยนต์รุ่นนี้จะสามารถช่วยกระตุ้นยอดขายโดยรวมของบริษัทในปีนี้ได้เป็นอย่างดี
          เครื่องเสียงติดรถยนต์ใหม่ล่าสุด 5 รุ่นของไพโอเนียร์ ได้แก่ เครื่องเสียงติดรถยนต์ไพโอเนียร์รุ่น AVH-P4150DVD เครื่องเล่น DVD 2-DIN ไฮไลท์เด่นประจำปี ควบคุมระบบสั่งงานบนหน้าจอแบบ Touch Slide Operation ครั้งแรกจากไพโอเนียร์ ใช้งานง่ายเพียงใช้ปลายนิ้วเลื่อนแถบหน้าจอเบาๆ สามารถ Forward/Rewind ไฟล์ภาพยนตร์หรือดนตรีหรือเลือกดู List ไฟล์จากแผ่นหรือเครื่องเล่นพกพาได้อย่างรวดเร็วหน้าจอ LCD fully Motorized QVGA ขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อและควบคุมการทำงานร่วมกับ iPod,iPhone และเครื่องเล่นพกพาอื่นๆได้โดยตรงทั้งภาพและเสียงผ่านช่องต่อ USB พร้อมรองรับอุปกรณ์ GPS ผ่านช่องต่อ RGB ปุ่มกดเรืองแสงเปลี่ยนสีสันได้มากถึง 112 เฉดสี สามารถปรับเปลี่ยนภาพพื้นหลัง wallpaper ได้หลากหลายตามความต้องการทุกอารมณ์
          เครื่องเสียงติดรถยนต์ไพโอเนียร์รุ่น AVH-P3150DVD เครื่องเล่น DVD 2-DINควบคุมระบบสั่งงานบนหน้าจอแบบ Touch Slide Operation ใช้งานง่ายเพียงใช้ปลายนิ้วเลื่อนแถบหน้าจอเบาๆ สามารถ Forward/Rewind ไฟล์ภาพยนตร์หรือดนตรีหรือเลือกดู List ไฟล์จากแผ่นหรือเครื่องเล่นพกพาได้อย่างรวดเร็ว หน้าจอ LCD แบบQVGA Wide TFT Active Matrix ขนาด 5.8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อและควบคุมการทำงานร่วมกับ iPod,iPhone และเครื่องเล่นพกพาอื่นๆ ได้โดยตรงทั้งภาพและเสียงผ่านช่องต่อ USB ปุ่มกดเรืองแสงเปลี่ยนสีสันได้มากถึง 112 เฉดสี สามารถปรับเปลี่ยนภาพพื้นหลัง wallpaper ได้หลากหลายตามความต้องการทุกอารมณ์
          เครื่องเสียงติดรถยนต์ไพโอเนียร์รุ่น AVH-P5150DVD เครื่องเล่น DVD ควบคุมระบบสั่งงานบนหน้าจอแบบ Touch Panel หน้าจอ LCD POP-UP fully MotorizedQVGA ขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อและควบคุมการทำงานร่วมกับ iPodและเครื่องเล่นพกพาอื่นๆได้โดยตรงทั้งภาพและเสียงผ่านช่องต่อ USB ปุ่มกดเรืองแสงเปลี่ยนสีสันได้มากถึง 112 เฉดสี และสามารถปรับเปลี่ยนโทนสีบนหน้าจอได้อย่างอิสระ
          เครื่องเสียงติดรถยนต์ไพโอเนียร์รุ่น DVH-P4150UB เครื่องเล่น DVD รองรับการเล่นไฟล์ DivX/MP3/WMA/AAC จากแผ่น DVD และ CD รองรับการเชื่อมต่อและควบคุมการทำงานร่วมกับ iPod,iPhone และเครื่องเล่นพกพาอื่นๆได้โดยตรงทั้งภาพและเสียงผ่านช่องต่อ USB ด้านหน้าเครื่อง พร้อมช่องต่อ AUX-in แบบมินิแจ๊ค เมนูระบบ OSDแสดงผลบนหน้าจอ ทำให้สามารถเล่นและควบคุมการทำงานของภาพและเสียงผ่าน iPodได้อย่างง่ายดาย
          เครื่องเสียงติดรถยนต์ไพโอเนียร์รุ่น DVH-3150UB เครื่องเล่น DVD รองรับการเล่นไฟล์ DivX/MP3/WMA/AAC จากแผ่น DVD และ CD รองรับการชมภาพนิ่ง jpegและการเล่นเพลง MP3 ผ่านช่องต่อ USB ด้านหน้าเครื่องพร้อมช่องต่อ AUX-in แบบมินิแจ๊ค

Thursday, January 22, 2009

แอปเปิลทำเงินเกินหมื่นล้านดอลล์ ในไตรมาส 4 เดือนธันวาคม

       แอปเปิล (Apple) ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4 (ตุลาคม-ธันวาคม) ปี 2008 สูงกว่าคำพยากรณ์ของนักวิเคราะห์ กำไร 1.61 พันล้านเหรียญสหรัฐ อานิสงส์ยอดขายไอพ็อด (iPod) ที่แรงยังดีตลอดเวลา บนตัวเลขยอดรายรับรวมทะลุหลักหมื่นล้านเหรียญสหรัฐเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
       
       รายรับรวมตลอด 3 เดือนที่ผ่านมาแอปเปิลสามารถทำได้ถึง 1.02 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เฉลี่ยเป็นกำไร 1.78 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น เหนือกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ 1.29 เหรียญต่อหุ้น โดยกำไร 1.61 พันล้านเหรียญในไตรมาส 4 ปี 2008 นั้นสูงกว่า 1.58 พันล้านเหรียญที่เคยทำได้ในไตรมาสเดียวกันของปี 2007 ซึ่งคิดเฉลี่ยมีมูลค่า 1.76 เหรียญต่อหุ้น แอปเปิลระบุด้วยว่าสามารถจำหน่ายไอโฟนได้ 4.36 ล้านเครื่องในไตรมาสปลายปี สูงกว่าที่เคยทำได้ในปี 2007 ราว 88 เปอร์เซ็นต์ และสามารถจำหน่ายเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลยอดฮิตอย่างไอพ็อด (iPod) ได้ 22.73 ล้านเครื่องตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา จำนวนเครื่องนี้คิดเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3 เปอร์เซ็นต์
       
       จดหมายประชาสัมพันธ์ของแอปเปิลตีพิมพ์คำกล่าวของซีอีโอสตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) ว่าแอปเปิลสามารถสร้างสถิติรายได้สูงเป็นประวัติการณ์แม้จะอยู่ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจโลก ซึ่งหมายถึงรายได้ของแอปเปิลในไตรมาสที่ผ่านมานั้นทะลุหลัก 1 หมื่นล้านเหรียญเป็นครั้งแรก โดยแอปเปิลสามารถจำหน่ายคอมพิวเตอร์แมคอินทอชได้ 2.52 ล้านเครื่อง ตลอดไตรมาส เป็นตัวเลขที่เติบโตกว่าไตรมาสในปีก่อนหน้าราว 9 เปอร์เซ็นต์

Tuesday, January 20, 2009

แอปเปิลเปิดเว็บขายสินค้าของ Apple มือสอง ทั้ง Mac และ iPod

        แอปเปิล ได้เปิดแถลงการณ์เปิดร้านออนไลน์สำหรับขายสินค้ามือสองแก่ผู้ใช้ชาวจีน โดยได้เริ่มโครงการนี้ตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งจะมีทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์แมคอินทอชและเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลพกพา จูงใจชาวแผ่นดินใหญ่ด้วยส่วนลดจากราคาปกติราว 22 เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่าจะสามารถกระตุ้นตลาดแมคอินทอชในจีนได้อย่างคึกคัก 
       
       ตามข้อมูลในเว็บไซต์ของแอปเปิล แอปเปิลระบุว่าที่ผ่านมา บริษัทมีผลิตภัณฑ์จำนวนไม่น้อยที่จำหน่ายไปแล้วถูกส่งกลับคืนมา ซึ่งเมื่อแอปเปิลทำการปรับปรุงและทดสอบคุณภาพแล้วเสร็จก็ไม่ได้นำผลิตภัณฑ์นี้ไปทำประโยชน์ แอปเปิลจึงนำสินค้าใช้แล้วเหล่านี้มาจำหน่ายบนเว็บไซต์ภาษาจีนของบริษัทในราคาประหยัดกว่า
       
       สินค้ามือสองของแอปเปิลที่จะวางจำหน่ายบนเว็บไซต์มีตั้งแต่ไอพ็อดชัฟเฟิล (iPod shuffle) ราคา 308 หยวน หรือประมาณ 1,540 บาท จนถึงไอแมค (iMac) ราคาเริ่มต้นที่ 14,000 หยวน
       
       การขายสินค้าแอปเปิลมือสองเชื่อว่ากำลังมีทิศทางเติบโตขึ้นในสหรัฐฯ โดยยักษ์ใหญ่ค้าปลีกแดนลุงแซมอย่างเบสต์บาย (Best Buy) นั้นประกาศเริ่มขายไอโฟน (iPhone 3G) มือสองแล้วเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ตั้งราคาจำหน่ายถูกกว่าราคาปกติ 50 เหรียญ เพื่อเอาใจตลาดที่ชื่นชอบสินค้าราคาพิเศษ

       อย่างไรก็ตามไม่ใช่ครั้งแรกที่แอปเปิลเปิดฉากจำหน่ายสินค้ามือสองในราคาพิเศษ ก่อนหน้านี้ แอปเปิลมีโครงการจำหน่ายสินค้าพิเศษลักษณะนี้แล้วที่สหรัฐฯ อังกฤษ และญี่ปุ่นเมื่อหลายปีมาแล้ว แต่กลับไม่ได้รับความนิยมจากผู้ซื้อสินค้าออนไลน์เท่าที่ควร

แอปเปิ้ลเผยยอดดาวน์โหลดพุ่งถึง 100 ล้านครั้งทั่วโลก

 แอปเปิ้ลเผยว่าตั้งแต่ App Store บริการใหม่จากแอปเปิ้ลได้เปิดตัวครั้งแรกในวันที่ 11 กรกฎาคม 2551 ผู้ใช้ไอโฟนและไอพอด ทัชได้ดาวน์โหลดแอพลิเคชั่นกว่า 100 ล้านครั้งจาก App Store ซึ่งมีแอพพลิเคชั่นให้เลือกกว่า 3,000 ชนิด 90 เปอร์เซ็นต์ของแอพลิเคชั่นทั้งหมดเปิดให้ดาวน์โหลดในราคาที่ต่ำกว่า 10 เหรียญสหรัฐ ในขณะที่กว่า 600 แอพพลิเคชั่นเปิดให้บริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ด้วยคุณสมบัติพิเศษของไอโฟนและไอพอด ทัช อาทิ หน้าจอที่กว้าง อินเตอร์เฟซแบบมัลติทัช กราฟฟิก 3 มิติที่แสดงผลรวดเร็ว accelerometer ในตัว และเทคโนโลยีอีกมากมาย ทำให้แอพพลิเคชั่นต่างๆกลายเป็นแอพพลิเคชั่นสุดพิเศษที่ไม่สามารถหาได้จากมือถือหรือเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลอื่นๆ

คาดว่าในปี พ.ศ.2552 ยอดจำหน่ายไอโฟนจะมีมูลค่า 1.7 ล้านล้านบาท

 ถึงปี พ.ศ. 2552 กระแสความนิยมไอโฟน (iPhone) กำลังเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2551 แอบเปิลได้เปิดตัวไอโฟนรุ่นล่าสุด ชื่อว่า “ไอโฟนทรีจี (iPhone3G)” โดยเพิ่มลูกเล่นให้สามารถใช้งานได้มากขึ้นและมีคุณสมบัติเด่นที่น่าสนใจหลายประการ อาทิ   รองรับระบบสามจี ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานจากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ “ไอทียู (International Telecommunication Union)” ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบเทคโนโลยีระหว่างสองจีกับสามจีแล้วจะพบว่าสามจีมีช่องสัญญาณความถี่และความเร็วในการรับส่งข้อมูลมากกว่าสองจี ในแง่ของความสามารถในการเชื่อมต่อนั้นระบบสามจีสามารถเชื่อมต่อได้ตลอดเวลาที่เปิดเครื่องโทรศัพท์ และจะเสียค่าใช้บริการก็ต่อเมื่อเรียกใช้ข้อมูลผ่านระบบสามจีเท่านั้น   นอกจากนี้การใช้งานที่เด่นๆ ของไอโฟนมีหลายประการ อาทิ สามารถพูดคุยโทรศัพท์แบบเห็นหน้าเห็นตากับคู่สนทนาได้ซึ่งมีการเปิดตัวครั้งแรกในญี่ปุ่น และมีระบบค้นหาตำแหน่งที่ตั้งผ่านอินเทอร์เน็ต หรือ “จีพีอาเอส (GPRS = Global Positioning system)”  เป็นต้น 
          ในแง่ของราคานั้นก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ไอโฟนกลายเป็นที่นิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้สามารถ ดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคได้จำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ มีรายงานจาก “การ์ทเนอร์” คาดว่า ในปี พ.ศ. 2552 ยอดจำหน่ายของไอโฟนจะมีมูลค่า 50,000 ล้านเหรียญ หรือประมาณ1.7 ล้านล้านบาท ในขณะเดียวกันมีรายงานจาก “ไปเปอร์แจฟเฟรย์ (Piper Jaffray)”  คาดว่า ในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2552 น่าจะสามารถจำหน่ายไอโฟนได้ 8.5 ล้านเครื่อง   ไตรมาสที่สองของปี พ.ศ. 2552 น่าจะจำหน่ายไอโฟนได้ 9.7 ล้านเครื่อง และไตรมาสที่สามของปี พ.ศ. 2552 น่าจะจำหน่ายไอโฟนได้11 ล้านเครื่อง 
          มีรายงานจาก “แอดม๊อบ (Admob)” ว่าเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2551 มีผู้สนใจเรียกดูโฆษณาผ่านระบบไวไฟบนไอโฟนทั่วโลกเติบโตขึ้นร้อยละ 52 คิดเป็นมูลค่า 359 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 12,500 ล้านบาท  สำหรับการเรียกดูโฆษณาผ่านไวไฟบนไอโฟนทั่วโลกคิดเป็นร้อยละ 6.3   และสำหรับในสหรัฐอเมริกานั้นการเรียกดูโฆษณาผ่านไวไฟบนไอโฟนคิดเป็นร้อยละ 9.9 นอกจากนี้ยังมีรายงานจาก “โมบายเมทริกส์รีพอท (Mobile Metrics Report) ว่าผู้ใช้ไอโฟนของแอปเปิลทั่วโลกสนใจที่จะใช้ระบบไวไฟร้อยละ 42 และในสหรัฐอเมริกาผู้ใช้ไอโฟนของแอปเปิลสนใจที่จะใช้ระบบไวไฟร้อยละ 19 ซึ่งจะเห็นได้ว่าความต้องการใช้ไวไฟกำลังเข้ามาแทนที่ความต้องการใช้งานเครือข่ายโทรศัพท์มือถือแบบเดิม ทั้งนี้ ไอโฟนได้รับความนิยมมากกว่าโทรศัพท์มือถือรุ่นอื่นๆ ที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบไวไฟได้เฉลี่ยอยู่ระหว่างร้อยละ 10 ถึงร้อยละ 20 
          นอกจากนี้เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2551 แอดม๊อบได้สำรวจแนวโน้มเกี่ยวกับระบบโทรศัพท์มือถือของ  แอปเปิล  คือ ไอพอดทัช พบว่า ไอพอดทัชเพิ่มขึ้น 3.4 เท่าจากเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2551 มีผู้สนใจใช้ไอพอดทัชซึ่งมีอยู่ 18 ล้านรายในเดือนกรกฎาคม 2551 เพิ่มขึ้นเป็น 292 ล้านรายในเดือนธันวาคม 2551  ข้อมูลที่ส่งผ่านไอพอดทัชทั่วโลกเพิ่มขึ้น 2.4 เท่าจาก 7 วันก่อนคริสต์มาสและ 7 วันหลังวันคริสต์มาส สำหรับอังกฤษและสหรัฐอเมริกานั้นมีผู้สนใจใช้ไอพอดทัชเพิ่มขึ้นคิดเป็น 2.7 และ3.2 เท่า 7 วันหลังวันคริสต์มาสตามลำดับในเดือนธันวาคม 2551 มีการเรียกดูโฆษณาบนไอพอดทัชในสหรัฐอเมริกาคิดเป็นร้อยละ 70  ส่วนประเทศอื่นๆ ที่เป็นอันดับต้นๆ คือ แคนนาดา อังกฤษ เม็กซิโก เยอรมนี และฝรั่งเศส 
          ถึงปี พ.ศ. 2552 ไอพอดทัชจัดอยู่อันดับที่ 2 ของเว็บแอดม๊อบและมีส่วนแบ่งทางการตลาดคิดเป็นร้อยละ 4.7    ส่วนการเรียกดูโฆษณาบนไอโฟนและไอพอดทัชคิดเป็นร้อยละ 15.5 จากการเรียกดูโฆษณาทั่วโลก เมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2552 มีรายงานข่าวจากไอทีนิวส์ว่า  แอบเปิ้ลและซิสโคซิสเต็มใช้งานนิทรรศการแมคเวิล์ดเอ็กซ์โป (Macworld Expo) ที่เมืองซานฟรานซิสโก  รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นสถานที่เปิดตัวเว็บเอ็กซ์มีทติ้งเซ็นเตอร์ (Cisco’s WebEx Meeting Center)  ที่สามารถใช้กับไอโฟนสามจีของแอปเปิลและไอพอดทัช ผู้ใช้ไอโฟนและไอพอดทัชสามารถร่วมประชุมกันได้โดยผ่านระบบสามจีหรือไวไฟโดยไม่เสียค่าบริการในการประชุมกันผู้ใช้ที่ประสงค์จะเข้าประชุมสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมซิสโก้เว็บเอ็กซ์มีทติ้งเซ็นเตอร์จากเว็บของแอปเปิลได้อย่างไรก็ตามผู้ใช้ไม่สามารถใส่ข้อมูลการนำเสนองานของตนเองผ่านโปรแกรมนี้ได้แต่สามารถดูข้อมูลของผู้อื่นได้สำหรับไอพอดทัชนั้นผู้ใช้สามารถร่วมการประชุมผ่านการเชื่อมต่อไวไฟได้แต่จำเป็นต้องฟังเสียงจากเครื่องโทรศัพท์  
          จะเห็นได้ว่าวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมการใช้งานที่พัฒนาใหม่อยู่เสมอ ทำให้สามารถใช้งานได้หลากหลาย ทำกิจกรรมต่างๆ ผ่านระบบมือถือได้สะดวกและ   รวดเร็วขึ้น ฉะนั้น ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือควรจะศึกษารายละเอียดข้อมูลโปรแกรมต่างๆ เกี่ยวกับมือถือให้เข้าใจ เพื่อให้สามารถใช้งานได้ตรงกับความต้องการและเต็มประสิทธิภาพของโทรศัพท์มือถือด้วย