Showing posts with label ไอพอตทัช. Show all posts
Showing posts with label ไอพอตทัช. Show all posts

Wednesday, October 7, 2009

แอพฯใหม่ไอโฟนสามารถรันแฟลช

ทีมนักพัฒนาโปรแกรมของอะโดบีประสบความสำเร็จในการแปลรหัสโปรแกรมแฟลช ( F l a sh ) เพื่อทำให้โปรแกรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดตัวหนึ่งสามารถทำงานบนไอโฟนได้ ซึ่งการแปลรหัสในครั้งนี้เท่ากับเป็นการติดปีกให้กับผลิตภัณฑ์จากค่ายแอปเปิล เพราะจะทำให้ไอโฟนสามารถใช้แอพพลิเคชั่นต่างๆได้มากมายยิ่งขึ้น
เดิมภาษาของ "แฟลช" โปรแกรมที่ได้รับการพัฒนาโดยบริษัท อะโดบี ซิสเต็มส์จำกัด ไม่สามารถรันบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตอนนี้ได้ ซึ่งอะโดบีใช้เวลา 2-3 ปี ในการประนีประนอมกับแอปเปิลเพื่อให้โปรแกรมของพวกเขาทำงานบนไอโฟนได้ แต่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากแอปเปิลไม่เห็นชอบด้วย จนกระทั่งอะโดบีประสบความสำเร็จในการพัฒนาเครื่องมือใหม่ที่จะช่วยให้เปลี่ยนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในรูปซอฟต์แวร์ที่ถูกเขียนขึ้นโดยภาษาแฟลชสามารถทำงานบนไอโฟนได้ นอกจากนี้เครื่องมือดังกล่าวยังสามารถแจกจ่ายให้แก่ผู้ที่สนใจผ่านทางแอปป์ สโตร์ (App store) หรือร้านค้าแอพพลิเคชั่นออนไลน์ของแอปเปิลได้อีกด้วย
แฟลชเป็นโปรแกรมที่ได้รับความนิยมสูงมากทั้งจากบริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ โดยบริษัทที่ตกลงทำธุรกิจกับอะโดบีมีตั้งแต่กูเกิล ไมโครซอฟท์และปาล์ม มีเพียงไอโฟนจากแอปเปิล ซึ่งเป็นบริษัทขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียวเท่านั้นที่ปฏิเสธที่จะร่วมกับอะโดบี อย่างไรก็ดี การแถลงข่าวครั้งนี้ของอะโดบียังไม่มีปฏิกิริยาตอบรับจากบริษัทแอปเปิลแต่อย่างใด
ทั้งนี้ อะโดบีมีกำหนดเปิดตัวเครื่องมือเวอร์ชั่นทดสอบสู่สาธารณชนในช่วงปลายปีนี้ แต่ยังไม่มีการกำหนดวันเวลาที่แน่นอน

Monday, January 12, 2009

(Review) iPod Touch Gen2



iPod touch Gen2 สุดยอด Entertainment Portable ที่มาพร้อมกับหน้าจอที่กว้างมากถึง 3.5 นิ้ว  ทำให้คุณสามารถฟังเพลง ดูวีดีโอ ดูภาพถ่ายได้อย่างจุใจและเต็มตา กับหน้าจอที่กว้างสุดๆ  และ ความหนาของตัวเครื่องที่เพียวบางแค่ 8 มิลลิเมตร เท่านั้น และแน่นอนเสียงดนตรีที่กระหึ่มมาก
iPod touch ได้ถือว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ ของiPod ทั้งหมดที่มีมา ด้วยคุณสมบัติหน้าจอสัมผัส multi-touch ด้วยการฟังเพลง ดูภาพถ่ายและวีดีโอ เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสของคุณเอง  และน่าตื่นตาตื่นใจกับโปรแกรมอัตโนมัติของการฟังเพลง เพียงแค่คุณเอียงหน้าจอของ iPod touch ขณะอยู่ในโหมดฟังเพลงอยู่นั้น ให้เป็นแนวนอน iPod touch ก็จะเข้าฟังก์ชั่น Cover Flow ให้โดยอัตโนมัติ ให้คุณใช้ปลายนิ้วพลิกเลือกปกอัลบัมของเพลงที่คุณต้องการฟังได้ทันที  นอกจากนั้น iPod touch เป็น iPod รุ่นเดียวเท่านั้น ที่มี Wi-Fi Antenna ทำให้คุณสามารถออนไลน์ ท่องอินเตอร์เน็ตแบบไร้สายได้อย่างง่ายดาย โดยรองรับการอ่านภาษาไทยอย่างสมบูรณ์แบบ
คุณจะสามารถใช้ browser อย่าง Safari , Google Search  หรือ  Yahoo!  และคุณยังสามารถบันทึกข้อมูลจากอินเตอร์เน็ทที่คุณต้องการจะเก็บได้อีกด้วย
iPod touch 8GB บันทึกเพลงได้ถึง  1,750 เพลง  / ภาพถ่าย 10,000 ภาพ  playback video ได้นานกว่า 10 ชั่วโมง  สีดำ หน้าจอ 3.5 นิ้ว multi-touch และ Wi-Fi (802.11b/g)  ราคา คือ 8,890 บาท
iPod touch 16GB บันทึกเพลงได้ถึง  3,500 เพลง  / ภาพถ่าย 20,000 ภาพ  playback video ได้นานกว่า 20 ชั่วโมง  สีดำ หน้าจอ 3.5 นิ้ว multi-touch และ Wi-Fi (802.11b/g)  ราคา คือ 11,490 บาท

สำหรับเครื่อง iPod Touch Gen2 ถือได้ว่าเป็นเครื่องที่มี CPU ที่เร็วที่สุดเมื่อเทียบกับเครื่องรุ่นต่างๆ ของ iPod หรือ iPhone ทำให้ท่านสามารถเล่นเกม ได้อย่างไม่มีกระตุก

มาเป็น กีต้า ร็อค กันเถอะ

เป็นเกมส์ใหม่จากค่าย GameLoft ชื่อเกม Guitar Rock Tour  ที่จะให้ท่านเป็นนักกีต้าร์ โดยลักษณะการเล่นจะคล้ายกับเกม Tapulous' venerable Tap Tap Revenge และ Tap Tap Dance ให้กดปุ่มที่มีอยู่ทั้งสิ้น 4 ปุ่ม ให้ทันเวลาเมื่อตัว Tap ไหลลงมา ดนตรีมันๆ กับความตื่นเต้นในการจับ Key จะทำให้คุณมันส์จนวางไม่ลงเลยทีเดียว 







Sunday, January 11, 2009

Apple ตัดสัมพันธ์กับ Macworld

          Apple ออกแถลงการณ์ว่า ทางบริษัทจะเข้าร่วมงาน Macworld ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนมกราคมปีหน้าเป็นปีสุดท้ายและคนที่จะขึ้นเวทีครั้งนี้จะไม่ใช่สตีฟ จ็อบส์ ซีอีโอของบริษัทที่ขึ้นแสดงสุนทรพจน์เป็นประจำทุกครั้ง แต่จะเป็นฟิล ชิลเลอร์ (Phil Schiller )  รองประธานอาวุโสด้านการตลาดของแอ็ปเปิล 
          เรื่องนี้สตีฟ ดาวลิ่ง ( Steve Dowling ) ตัวแทนของแอ็ปเปิ้ลปฏิเสธที่จะให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับสุขภาพของจ็อบส์ ซึ่งได้กลายเป็นหัวข้อสำคัญในการพูดคุยกันตลอด 1 ปีที่ผ่านมา การขาดจ็อบส์ ขึ้นเวทีซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำโดยบริษัทโฆษณาอย่าง IDG  ถือว่าขาดบุคคลสำคัญไปเนื่องจาก สตีฟ จ็อบส์ ได้กลายเป็นตำนานของเวทีนี้ไปแล้วเพราะทุกครั้งที่ไปปรากฏตัว สตีฟ จ็อบส์จะสามารถดึงคนดู คนฟังให้ใจจดจ่อกับการนำเสนอโปรดักส์ตัวใหม่ที่สำคัญที่สุดของแอ็ปเปิลรวมถึงยุทธศาสตร์ของบริษัท  ดังนั้นการประกาศไม่เข้าร่วมงานในครั้งต่อไปจึงทำให้คนที่ติดตามผลงานของเขามาตลอดอดคิดไม่ได้ว่าสุขภาพร่างกายของจ็อบส์คงมีปัญหาอย่างที่ปรากฏเป็นข่าวลือหนาหูมาตลอด 
          ดาวลิ่ง ตัวแทนของแอ็ปเปิล กล่าวว่าฟิลจะเป็นคนขึ้นกล่าวแทนจ็อบส์ โดยจะเป็นการขึ้นพูดครั้งสุดท้ายของบริษัท ด้วยเหตุผลหนึ่งก็คือเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลสำหรับบริษัทที่จะต้องลงทุนมหาศาลในงานเทรด โชว์ ที่บริษัทจะไม่เข้าร่วมอีกต่อไปแล้ว นักวิเคราะห์มองว่าที่แอ็ปเปิลกล้าประกาศเช่นนี้ ก็เพราะเห็นว่าไม่จำเป็นจะต้องพึ่งงานอย่าง Macworld เพื่อเป็นเวทีในการโปรโมตโปรดักส์อีกต่อไปแล้ว เพราะขณะนี้บริษัทมีร้านค้าปลีกอยู่ทั่วโลกถึง 250 แห่ง สามารถเรียกลูกค้าได้สัปดาห์ละหลายล้านคนและยังมีเว็บไซต์ที่ติดอันดับท็อปเท็นในแง่ของคนที่เข้าไปชมหรือใช้อินเทอร์เน็ตด้วย 
          ลึกๆแล้วความสัมพันธ์ระหว่างแอ็ปเปิ้ลกับ IDG ซึ่งเป็นผู้จัดงานเริ่มมีปัญหามาพอสมควรแล้วตั้งแต่การเข้าร่วมงานที่ซานฟรานซิสโก ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองบริษัทหนักข้อขึ้นเมื่อทาง IDG ตัดสินใจย้ายการจัดงาน Macworld  จากนิวยอร์กไปยังบอสตันใกล้กับสำนักงานใหญ่ของ IDG ที่ฟรามิงแฮม รัฐแมสซาชูเซตส์  ทำให้แอ็ปเปิลถอนตัว ขณะที่การจัดงาน East Coast Macworld ในปี 2005 ก็ต้องยกเลิกไปเนื่องจากขาดดาราหลักที่จะเป็นตัวชูโรงเรียกความสนใจของผู้เข้าชมงาน   
          IDG ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆเกี่ยวกับแถลงการณ์ของแอ็ปเปิลที่จะเข้าร่วมงานในมกราคมปีหน้าเป็นครั้งสุดท้าย  แต่การตัดสินใจของจ็อบส์ก็ไม่ได้หมายความว่าวันของเขาในฐานะโฆษกคนสำคัญของแอ็ปเปิลจะสิ้นสุดลง เพราะปรากฏชัดเจนว่าแอ็ปเปิลกำลังวางแผนที่จะจัดอีเวนท์ของตัวเองขึ้นมาเช่น การจัดงาน Worldwide Developers Conference ประจำปีขึ้นในเดือนมิถุนายนและงาน iPod Music ในเดือนกันยายน  แต่เมื่อเทียบผลสัมฤทธิแล้วก็ต้องยอมรับว่ายังไม่ฮือฮาเท่ากับการเข้าร่วม Macworld ซึ่งเกิดปรากฏการณ์แฟนพันธุ์แท้ของแอ็ปเปิลที่ยอมเข้าคิวเพื่อรอซื้อบัตรเพื่อขอชมโปรดักส์ใหม่ๆของแอ็ปเปิลเป็นขวัญตา   ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าแอ็ปเปิลมีแผนจะเปิดตัวอีเวนท์ที่มีแนวทางจัดงานคล้ายๆกับ Macworld หรือไม่ ท่ามกลางความสนใจในการจับจ้องมองดูของคนในอุตสาหกรรมนี้ 
          แต่กำหนดการที่ออกมาชัดเจนแล้วก็คือการขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ของฟิล ชิลเลอร์ตัวแทนของสตีฟ จ็อบส์ จะมีขึ้นในวันอังคารที่ 6 มกราคม 2552 ในเวลา 09.00 น. ในส่วนของ IDG แม้จะยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้โดยตรงแต่ก็ได้มีการส่งข่าวไปยังสื่อมวลชนว่าทางบริษัทยังคงจะจัดงาน MacWorld 2010  ต่อไปไม่ว่าแอ็ปเปิ้ลจะเข้าร่วมงานหรือไม่ก็ตาม 
          ข่าวการยกเลิกการเข้าร่วมงาน MacWorld ถือเป็นข่าวที่ช็อกวงการไม่น้อยและดูเหมือนจะถูกตีความว่าแอ็ปเปิลได้ตัดสินใจแล้วว่าไม่จำเป็นจะต้องเข้าร่วมปรากฏตัวในงาน Macworld ที่เคยเป็นเวทีในการกำหนดนิยามของแอ็ปเปิลตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา และดูเหมือนแอ็ปเปิลกำลังเตรียมการสำหรับอนาคตเมื่อซีอีโออย่างสตีฟ จ็อบส์ ที่เป็นไอคอนและเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทจะไม่ใช่คนที่ครองเวทีในงาน Macworld เหมือนที่เคยทำอีกต่อไป แต่บริษัทกำลังเปลี่ยนยุทธศาสตร์ใหม่ด้วยการเข้าถึงลูกค้าโดยตรง 
          แอ็ปเปิลดำเนินแนวทางการตลาดโดยอาศัยรูปแบบหลัก 2 รูปแบบ คือรูปแบบแรกเน้นความสามารถที่เหนือกว่าคู่แข่งด้วยบริการดนตรีและเพลงแบบ cool music  เพื่อชี้ให้เห็นว่าเป็นโปรดักส์ที่ทำอะไรได้มากกว่าคนอื่นๆ เช่นการโฆษณาระหว่าง Mac กับ PC  และ dancing iPod listeners   รูปแบบที่ 2 เรียกกันว่า Stevenote นั่นคือการที่สตีฟ จ็อบส์ ได้แสดงความเป็นอัจฉริยะหรือปรมาจารย์ในการพรีเซนต์โปรดักส์ใหม่ๆและผลักดันยุทธศาสตร์ให้ปรากฏต่อสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นในงาน Macworld หรือการแถลงข่าวกับสื่อมวลชน 
          งาน Macworld จึงถือเป็นเวทีของสตีฟ จ็อบส์อย่างแท้จริงเพราะสามารถเรียกความสนใจจากสื่อมวลชนสายเทคโนโลยีและถูกกล่าวถึงในข่าวภาคค่ำของโทรทัศน์เกือบทุกสถานีของสหรัฐ เหนือกว่างาน  Worldwide Developers Conference หรืองาน iPod event  ซึ่งแอ็ปเปิลเป็นคนจัดเองเสียอีก  Macworld ทำให้แอ็ปเปิลสามารถเป็นข่าวใหญ่ในเดือนมกราคม 2007 เมื่อทางบริษัทยืนยันข่าวลือที่ดำเนินมายาวนานว่าบริษัทจะก้าวเข้าสู่ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วย iPhone 
          แต่งานอย่าง Macworld Expo สำหรับแอ็ปเปิ้ลก็ใช่ว่าจะดีไปเสียหมด เพราะบริษัทอย่างแอ็ปเปิ้ลไม่ใช่บริษัทที่ให้เวลามากนักกับเรื่องอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือโทรศัพท์เคลื่อนที่  แอ็ปเปิ้ลมักจะไม่ค่อยโดดเด่นหรือไม่ปรากฏตัวในเวทีหารือรวมถึงการปรากฏเป็นข่าวในสื่อเมื่อเทียบกับความพยายามของบริษัทอื่นๆ ท่ามกลางความเป็นจริงที่ว่าธรรมชาติของตลาดเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนไปจากเทคโนโลยีที่สงวนไว้สำหรับคนบางกลุ่ม หรือบางอาชีพได้กลายไปเป็นสิ่งที่แทบทุกคนกำลังใช้ในชีวิตประจำวัน 
          พูดง่ายๆก็คือแฟนพันธุ์แท้ของแอ็ปเปิลโดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ไม่จำเป็นจะต้องไปเดินแถวย่าน Moscone Center ของซานฟรานซิสโกในเดือนมกราคมเพื่อเบียดเสียดกับคนอื่นๆ  แต่วันนี้ทำแค่รอคอยโปรดักส์ที่จะออกมาทางออนไลน์หรืออยู่ใกล้กับร้านของแอ็ปเปิล หรือติดตามข่าวสารจากบล็อคต่างๆก็ได้ข้อมูลแล้ว และเมื่อแอ็ปเปิลไม่เข้าร่วมงาน  Macworld แอ็ปเปิลก็จำเป็นต้องจัดอีเวนท์ให้บ่อยขึ้นเช่นงาน iPhone SDK  ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า เพื่อเป็นเวทีในการส่งสาส์นของแอ็ปเปิล 
          วิธีการสื่อสารกับลูกค้านับต่อจากนี้ แอ็ปเปิลคงจะใช้วิธีการโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์และอินเทอร์เน็ตถี่ขึ้นรวมถึงกลยุทธ์แบบพูดกันปากต่อปากซึ่ง เป็นสิ่งที่แอ็ปเปิลแทบจะไม่ต้องทำเองเลยเพราะปรากฏอยู่มากมายใน Mac blogger และข่าวอื่นๆอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นแอ็ปเปิลก็จะละเลยการจัดอีเวนท์ต่อสาธารณชนไม่ได้ ไม่เช่นนั้นก็อาจจะพลาดท่าเสียทีให้กับงานใหญ่ของออราเคิลอย่าง OracleWorldLovefest ซึ่งจัดเป็นประจำที่ซานฟรานซิสโกทุกฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งสามารถเรียกลูกค้าแฟนพันธุ์แท้ของ Mac ให้ไปปรากฏตัวได้   อีกปัญหาท้าทายหนึ่งก็คือแอ็ปเปิลจะสามารถสร้างอีเวนท์ในร้านค้าปลีกในนิวยอร์คและซานฟรานซิสโกได้บ่อยครั้งแค่ไหนหากคิดที่จะควบคุมบางเรื่องหรือบางโปรดักส์เอาไว้เพราะไม่อยากปล่อยออกไปจนหมด 
          นักวิเคราะห์มองว่านี่ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญในลำดับต้นๆของแอ็ปเปิลที่มีนโยบายควบคุมการปล่อยข่าวออกสู่สาธารณะ แต่ปล่อยให้เป็นงานของสตีฟ จ็อบส์ที่มักใช้เวลาพูดในงาน Macworld นานถึง 1 ชั่วโมงครึ่งเพราะเชื่อมั่นว่าจะมีคนรอคอยฟัง แต่ต้องไม่ลืมว่าขณะนี้เทคโนโลยีก้าวไกลถึงขั้นทำให้คนเรือนล้านสามารถรับรู้ข่าวสารและข่าวลือผ่านทางอินเทอร์เน็ตและบล็อกได้มากมาย 
          นักวิเคราะห์มองว่าเพื่อรักษาสถานะหรือตำแหน่งของบริษัทที่ได้ชื่อว่าสร้างความฮือฮาได้มากที่สุดบริษัทหนึ่งในอุตสาหกรรมนี้ แอ็ปเปิลจำเป็นต้องแสวงหาบางอย่างเพื่อถอดแบบหรือจำลองประสบการณ์โดยไม่ต้องเข้าร่วมงาน Macworld ซึ่งแน่นอนว่าคนหนึ่งที่ไม่สามารถหายไปไหนก็คือสตีฟ จ็อบส์ที่ผูกพันอนาคตกับแอ็ปเปิลนั่นเอง 
          การยุติความสัมพันธ์กับ Macworld ของแอ็ปเปิลจะเป็นการเปิดทางให้บริษัทสามารถแนะนำโฉมหน้าใหม่หรือวิธีการใหม่ๆในการรวมการพรีเซนต์ทางการตลาดที่สำคัญที่สุดเข้าไว้ด้วยกัน  รูปธรรมอย่างหนึ่งก็คือแอ็ปเปิลกำลังจะสร้างคนอื่นขึ้นมาแทนที่สตีฟ จ็อบส์ เพื่อขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์ แต่ในเรื่องที่สำคัญที่สุดก็ยังคงสงวนไว้ให้กับสตีฟ จ็อบส์ คนเดียวเท่านั้น 
          เป็นที่ยอมรับกันว่าคงมีผู้บริหารของแอ็ปเปิลเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่อาจจะสามารถถอดแบบบทบาทของสตีฟ จ็อบส์ได้ แต่ถ้าหากแอ็ปเปิลใช้โอกาสนี้ในการพัฒนาการจัดอีเวนท์ของตนเองขึ้นมาพร้อมกับการเปิดกว้างให้ผู้บริหารพนักงานของบริษัทมีโอกาสได้ปรึกษาหารือหรือถกเถียงอภิปรายเกี่ยวกับการสร้างความเจริญเติบโตให้กับบริษัท ก็แน่นอนว่าจะสามารถลดการพึ่งพาหรือต้องอาศัยใบบุญของสตีฟ จ็อบส์ ในการกำหนดท่าทีหรือกลยุทธ์ของบริษัทต่อสาธารณชนลงได้ แต่ถึงอย่างไรสตีฟ จ็อบส์ ก็จะยังเป็นตำนานอมตะของแอ็ปเปิล